Get Adobe Flash player

เมนูหลัก

สำนักงานเขตมัธยม

หน่วยงานการศึกษา

คอมพิวเตอร์และเครือข่าย

joomla slideshow with caption

รายการและเกณฑ์การแข่งขันสาระภาษาต่างประเทศ

รายการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้งที่ 65 ปีการศึกษา 2558

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22

ระหว่างวันที่ 13-14 กันยายน 2558

ณ ศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศจังหวัดนครพนม   โรงเรียนนครพนมวิทยาคม

ชื่อกิจกรรม

ระดับชั้น ระดับชั้น

ประเภท

 

หมายเหตุ

ม.1-3 ม.4-6
1. การแข่งขันพูดภาษาอังกฤษ (Impromptu Speech) เดี่ยว  
2. กิจกรรม (Spelling Bee) เดี่ยว  
3. การเล่านิทาน (Story Telling) เดี่ยว  
4. ละครสั้นภาษาอังกฤษ(Skit) ทีม 5 คน  
5. การแข่งขันตอบปัญหาอาเซียน(ASEAN Quiz) ทีม 2 คน  
6. การแข่งพูดภาษาจีน เดี่ยว  
7. การแข่งขันพูดภาษาญี่ปุ่น เดี่ยว  
รวม 7 7    
รวมทั้งสิ้น                              14                    กิจกรรม


เกณฑ์การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2558

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22

1. การแข่งขันพูดภาษาอังกฤษ (Impromptu Speech)

1 คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน

1.2 นักเรียนระดับชั้น ม.1-3      

1.2 นักเรียนระดับชั้น ม.4-6

2 ประเภทและจำนวนผู้เข้าแข่งขัน

2.1 แข่งขันประเภทเดี่ยว ดังนี้

2.2 จำนวนผู้เข้าแข่งขัน

2.2.1 ระดับชั้น ม.1-3 จำนวน 1 คน       

2.2.2 ระดับชั้น ม.4-6 จำนวน 1 คน

3 วิธีดำเนินการและรายละเอียดหลักเกณฑ์การแข่งขัน

3.1 หัวข้อการแข่งขันเป็นไปตามเนื้อหาในหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการของแต่ละระดับชั้นที่เหมาะสมกับการพูดแบบ Impromptu Speechดังนี้

          3.1.1 นักเรียนระดับชั้น ม.1-3  ตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายในวงคำศัพท์ประมาณ 2,100 – 2,250 คำ (คำศัพท์ที่เป็นนามธรรมมากขึ้น)

          3.1.2 นักเรียนระดับชั้น ม.4-6  หัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง สิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายในวงคำศัพท์ประมาณ 3,600 – 3,750 คำ (คำศัพท์ที่มีระดับการใช้แตกต่างกัน)

3.2  นักเรียนจะพูดตามหัวข้อโดยวิธีการจับสลาก ก่อนการพูด ให้เวลาเตรียมตัว 5นาที คณะกรรมการกลางของการแข่งขันเป็นผู้กำหนดหัวข้อที่จะใช้ในการแข่งขัน หัวข้อการแข่งขันเป็นไปตามเนื้อหาในหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการของแต่ละระดับชั้นที่เหมาะสมกับการพูดแบบ Impromptu Speech  จำนวน 8-10 หัวข้อ และ ลงมติเลือก 3 หัวข้อ สำหรับใช้ในการแข่งขันแต่ละระดับ นักเรียนมีสิทธิ์จับสลาก 2 ครั้ง แล้วเลือกพูดเพียง 1  หัวข้อ
          3.3 เวลาในการแข่งขัน

1) ระดับชั้น ม. 1-3 ใช้เวลาในการพูด 4-5 นาที

2) ระดับชั้น ม. 4-6 ใช้เวลาในการพูด 5-6 นาที

          3.4) เวลาในการพูด (บวก /ลบ 30 วินาทีไม่ตัดคะแนน) ใช้เวลาน้อยหรือมากกว่า เวลาที่กำหนด ตัดนาทีละ 1 คะแนน (ไม่รวมเวลาที่ใช้ในการแนะนำตัว)

          3.5 ขณะพูดห้ามใช้อุปกรณ์ เอกสารอื่นๆ และบันทึกช่วยจาประกอบการพูด

          3.6 ผู้เข้าแข่งขันที่มาช้ากว่ากำหนดเวลาให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ เป็นสิทธิ์ขาด

4. เกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน

          4.1 ด้านเนื้อหา (Content)             40     คะแนน ประกอบด้วย

              -เนื้อหามีความถูกต้องตามหัวเรื่องที่กำหนด (Accuracy and Consistency)     15 คะแนน

             -ความถูกต้องของภาษาในรูปแบบการพูดสุนทรพจน์ (Form & Organizing of Speech)    10 คะแนน

             -ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity)        10 คะแนน

   -การตอบคำถามเกี่ยวกับหัวข้อที่จับสลากได้   5 คะแนน

          4.2 ด้านความคล่องแคล่วในทักษะภาษา (Language Competence and Fluency) 40 คะแนน ประกอบด้วย

              -การใช้ภาษาเหมาะสมกับระดับชั้น (Difficulty Level) ด้านศัพท์ (Vocabulary)

          โครงสร้างและคำสันธาน (Structure & Connectors)                                  10 คะแนน

              -ความสามารถด้านการออกเสียงการเน้นคำ การลงเสียงสูงต่ำ การเน้นคำสำคัญในประโยคและจังหวะ การหยุดในช่วงจบประโยค (Pronunciation, stress, Intonation, rhythm, pausing and pace)20 คะแนน

              -การใช้น้าเสียงสอดคล้องกับเนื้อหาที่พูด (Tone)10 คะแนน

          4.3 ความสำเร็จในการถ่ายทอด (Presentation)  15 คะแนน ประกอบด้วย

               -ความสามารถในการสื่อถึงผู้ฟัง (Communication)                                   10 คะแนน

               -บุคลิก ท่าทาง (Personality) 5 คะแนน

          4.4 พูดในระยะเวลาที่กำหนด (Time) 5 คะแนน

หมายเหตุ กรณีนักเรียนพูดไม่ตรงตามหัวข้อที่จับสลากได้ กรรมการจะพิจารณาตัดคะแนนในส่วน

เนื้อหาของเรื่องที่พูด

5.เกณฑ์การตัดสิน

          ร้อยละ 80 –100 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง

ร้อยละ 70 –79 ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน

ร้อยละ 60 –69 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรติบัตร

**ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิ้นสุด

6. คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน ระดับชั้นละ 3 คน หรือ 5 คน

6.1 คุณสมบัติของคณะกรรมการ

    -เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี

              -เป็นเจ้าของภาษา 1 คน (Native Speaker)

              -เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ /ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาอังกฤษ (Thai)

6.2 หน้าที่ของคณะกรรมการ

              - ตัดสินการแข่งขันตามเกณฑ์ด้วยความยุติธรรม

              -ถามคำถามหลังจากผู้เข้าแข่งขันพูดเสร็จในทุกระดับ จำนวน 1คำถาม

โดยคำถามจะสัมพันธ์กับหัวข้อที่ผู้เข้าแข่งขันจับสลากหัวข้อได้ และคนถามควรเป็นชาวต่างชาติ (Native Speaker) เพื่อจะได้เป็นมาตรฐานและตรวจความเข้าใจในเนื้อหาที่นักเรียนพูด

             -สรุปผลคะแนนของนักเรียนที่แข่งขันทั้งหมด ส่งฝ่ายประมวลผลเพื่อประกาศผลคะแนน

6.3 ข้อควรคำนึง

             -กรรมการต้องไม่ตัดสินในกรณีสถานศึกษาของตนเข้าแข่งขัน

             -กรรมการที่มาจากครูผู้สอนควรแต่งตั้งให้ตัดสินในระดับชั้นดำเนินการสอน

             -กรรมการควรมีที่มาจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นอย่างหลากหลาย

             -กรรมการควรให้ข้อเสนอแนะเติมเต็มให้กับนักเรียนที่ชนะในลำดับที่ 1-3

ที่ทำการ

7. คณะกรรมการดำเนินงาน ประกอบด้วย

        7.1กรรมการลงทะเบียนรับรายงานตัว จำนวน 3-5คน มีหน้าที่ ดังนี้

          -รับลงทะเบียน และตรวจสอบรายชื่อให้ถูกต้อง

          -จับสลากจัดลำดับเข้าร่วมการแข่งขันให้นักเรียนให้เรียบร้อย เขียนชื่อ นามสกุลในแบบ

รายงานตัว 2 ชุด

       7.2 พิธีกร จำนวน 1-2 คน มีหน้าที่ดังนี้

           -ชี้แจงระเบียบการแข่งขัน มารยาทในการแข่งขัน

           -สร้างบรรยากาศที่ดี

7.3คณะกรรมการจับเวลา จำนวน 1 คน มีหน้าที่ ดังนี้

   -จับเวลาการแข่งขัน โดยการจับเวลาจะเริ่มหลังจากที่นักเรียนแนะนาตัวและพูดหัวข้อ

          -ให้สัญญาณโดยแสดงป้าย ดังนี้

           สีเขียว หมายถึง เริ่มพูดได้

           สีเหลือง หมายถึง เตือนก่อนหมดเวลา 1นาที

           สีแดง หมายถึง หมดเวลา ในการแข่งขัน แต่ผู้พูดสามารถพูดต่อได้ 30 วินาที โดย ไม่ถูกหักคะแนน

หมายเหตุ กรรมการจับเวลาควรมีอุปกรณ์ คือ นาฬิกาจับเวลา และ ป้าย 3 สี (เขียว เหลือง แดง)
          7.4 กรรมการดูแลนักเรียนที่เข้าแข่งขัน จำนวน 1 คน มีหน้าที่ ดังนี้

               -จัดเตรียมกระดาษ A4 ดินสอ และยางลบ วางที่โต๊ะเตรียมตัวสำหรับให้นักเรียนร่างคำพูด

               -จดบันทึกหัวข้อการพูดลงในแบบรายงานตัวทั้ง 2 ใบให้ พิธีกร และ กรรมการตัดสิน

พร้อมทั้งส่งตัวนักเรียนเข้าห้องแข่งขัน

           หมายเหตุ คุณสมบัติของกรรมการที่ดูแลนักเรียนต้องเป็นผู้มีจิตวิทยาสูง เพราะนักเรียนที่

เข้าแข่งขันจะมีความกดดัน และความเครียด ในขณะเตรียมตัวก่อนขึ้นเวทีแข่งขัน

          7.5 กรรมการจัดเตรียมหัวข้อ มีหน้าที่ จัดเตรียมหัวข้อในการแข่งขันให้เป็นไปตามเนื้อหาแต่ละระดับ ดังนี้

                        7.5.1 นักเรียนระดับชั้น ม.1-3  ตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สิ่งแวดล้อม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายในวงคำศัพท์ประมาณ 2,100 – 2,250 คำ (คำศัพท์ที่เป็นนามธรรมมากขึ้น) แต่ไม่ควรตั้งหัวข้อ Environment, Science and Technology ควรตั้งคำถามที่ให้ผู้แข่งขันได้บูรณาการทางด้านความคิด ตัวอย่างเช่น ถ้าเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology ) หัวข้อควรเป็น The influence of using Mobile phone in school

               7.5.2 นักเรียนระดับชั้น ม.4-6  หัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง สิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการ การศึกษาและอาชีพ การเดินทางท่องเที่ยว การบริการ สถานที่ ภาษา และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายในวงคำศัพท์ประมาณ 3,600 – 3,750 คำ (คำศัพท์ที่มีระดับการใช้แตกต่างกัน) แต่ไม่ควรตั้งหัวข้อ Science and Technology, Environment, ควรตั้งคำถามที่ให้ผู้แข่งขันได้บูรณาการทางด้านความคิด ตัวอย่างเช่น ถ้าเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology ) หัวข้อควรเป็น Effects of Technology on Students’ Behaviour

8. สถานที่ทำการแข่งขัน ประกอบด้วย

          8.1จุดลงทะเบียน

          8.2 ห้องดำเนินการแข่งขัน แบ่งเป็น 3 ห้อง ดังนี้

             8.2.1 ห้องเก็บตัว หลังจากผู้เข้าแข่งขันทุกคนลงทะเบียนรายงานตัวครบแล้ว ให้ผู้เข้าแข่งขันจับสลากลำดับการแข่งขันแล้วนั่งรอในห้อง

            8.2.2 ห้องเตรียมตัวแข่งขัน สำหรับนักเรียนที่จับฉลากหัวข้อแล้ว เตรียมแข่งขันบนเวทีโดยเข้ามาทีละคนตามลำดับ ก่อนเวลาพูด 7 นาที แล้วเขียนเรื่องคร่าวๆใส่กระดาษที่กรรมการเตรียมไว้ให้ ภายในเวลา 5 นาที (กรรมการจับเวลาเพื่อความยุติธรรม) ต้องมีผู้ประสานงานที่มีคุณสมบัติในการช่วยให้นักเรียนผ่อนคลายจากความตื่นเต้น กังวล

          8.2.3 ห้องแข่งขัน สำหกระทำการรับดาเนินการแข่งขัน โดยผู้เข้าแข่งขันเข้ามาทีละคน คณะกรรมการตัดสินดำเนินการตามรายละเอียดในหลักเกณฑ์การแข่งขัน ภายในห้องแข่งขัน ควรจัดดังนี้

              -เวทีการแข่งขัน ไมโครโฟน

              -โต๊ะกรรมการตัดสิน 3-5 คน

              -โต๊ะกรรมการจับเวลา 1 คน

              -ไมโครโฟนสำหรับพิธีกร

              -ที่นั่งสำหรับผู้ชม

หมายเหตุ

          1.  อนุญาตให้มีผู้ชมได้ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป หรือบันทึกวีดีโอ หรือบันทึกเสียง หรือยกป้ายหรือ ส่งเสียงเชียร์หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนผู้เข้าแข่งขัน ไม่อนุญาตให้สนทนาทางโทรศัพท์ในห้องแข่งขัน

และต้องปิดเสียงโทรศัพท์ตลอดการแข่งขัน

          2. ไม่อนุญาตให้บุคคลใด ๆ เข้า-ออกห้องแข่งขันในระหว่างที่นักเรียนกำลังพูด ต้องให้นักเรียนพูดจบก่อนจึงสามารถเข้า-ออกห้องแข่งขันได้

          3. ห้องเก็บตัวนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันและเตรียมตัวก่อนแข่งขันควรเป็นห้องที่ไม่มีเสียงรบกวน ไม่วุ่นวาย

2. การแข่งขันกิจกรรม (Spelling Bee)

1.คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน

          1.1 นักเรียนระดับชั้น ม.1-3      

1.2 นักเรียนระดับชั้น ม.4-6

2.ประเภทและจำนวนผู้เข้าแข่งขัน

2.1แข่งขันประเภทเดี่ยว

2.2จำนวนผู้เข้าแข่งขัน

              2.2.1 ระดับชั้น ม.1-3จำนวน 1 คน

              2.2.2 ระดับชั้น ม.4-6จำนวน 1 คน

3. วิธีดำเนินการและรายละเอียดหลักเกณฑ์การแข่งขัน

          3.1 ทำการแข่งขัน 2 รอบ

                รอบที่ 1 กรรมการที่เป็นเจ้าของภาษา พูดคำศัพท์คำละ 2 ครั้ง และพูดประโยคขยายที่มีคำศัพท์นั้น ๆ 2 ครั้ง เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าใจคำศัพท์ได้ดีขึ้น ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำศัพท์ จำนวน 20 คำ ๆ ละ 5 คะแนนลงในกระดาษที่กรรมการเตรียมไว้ให้ ถ้าผู้เข้าแข่งขันในรอบที่ 1ได้คะแนนเกินครึ่งหนึ่ง จะมีสิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบที่ 2

              รอบที่ 2 มีรายละเอียด ดังนี้

นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3

          1) ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในรอบที่ 2 จะมีคะแนนพื้นฐานในการแข่งขันคนละ 50 คะแนนทุกคน

2) ผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบที่ 2 จับสลากเรียงลำดับการแข่งขันและห้ามนามือถือเข้าห้องแข่งขันและภายในห้องแข่งขันห้ามมีผู้ชมเนื่องจากคำศัพท์ที่ใช้ในการแข่งขันเป็นชุดเดียวกัน

3) แข่งขันทีละคน โดยผู้แข่งขันที่เหลือรออยู่หน้าห้อง โดยเริ่มจากผู้เข้าแข่งขันลำดับที่ 1คำศัพท์ทั้งหมด 5 คำ คำละ 10 คะแนน รวม 50 คะแนน (กรรมการพูดคำศัพท์แต่ละคำ 1ครั้ง และพูดประโยคขยายที่มีคำศัพท์นั้น ๆ 1ครั้ง)

4) ผู้เข้าแข่งขันสะกดคำ (เริ่มจับเวลาหลังจากกรรมการพูดคำศัพท์และประโยคขยายเสร็จ 10 วินาที) หากสะกดคำศัพท์ถูกต้องได้ ให้คำละ 10 คะแนน หากสะกดคาผิดหรือไม่สะกดคำศัพท์ตามเวลาที่กำหนดข้างต้นจะไม่ได้คะแนน กรรมการพูดคำศัพท์ต่อจนครบ 5 คำ แล้วสรุปคะแนน
          5) ผู้เข้าแข่งขันที่แข่งขันเสร็จแล้วให้นั่งรอภายในห้องแข่งขัน

          6) ผู้เข้าแข่งขันคนต่อไป สะกดคำศัพท์ชุดเดิม จำนวน 5 คา เช่นเดียวกับคนที่ 1 ทาเช่นนี้จนครบจำนวนคนที่เข้าแข่งขันจนหมด

       3.2 คำศัพท์ที่ใช้ควรอยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2553

นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 –6

1)  ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในรอบที่ 2 จะมีคะแนนพื้นฐานในการแข่งขันคนละ 50 คะแนนทุกคน

2)  ผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบที่ 2จับสลากเรียงลำดับการแข่งขันและห้ามนามือถือเข้าห้องแข่งขันและภายในห้องแข่งขันห้ามมีผู้ชมเนื่องจากคำศัพท์ที่ใช้ในการแข่งขันเป็นชุดเดียวกัน

3) ผู้เข้าแข่งขันยืนตามลำดับการแข่งขันที่จับฉลากได้

4) แข่งขันทีละคน โดยผู้แข่งขันที่เหลือรออยู่หน้าห้อง โดยเริ่มจากผู้เข้าแข่งขันลำดับที่ 1คำศัพท์ทั้งหมด 5 คำ คำละ 10 คะแนน รวม 50 คะแนน (กรรมการพูดคำศัพท์แต่ละคำ 1ครั้ง และพูดประโยคขยายที่มีคำศัพท์นั้น ๆ 1ครั้ง)

          5) ผู้เข้าแข่งขันสะกดคำ (เริ่มจับเวลาหลังจากกรรมการพูดคำศัพท์และประโยคขยายเสร็จ

10 วินาที) หากสะกดคำศัพท์ถูกต้องได้ ให้คำละ 10 คะแนน หากสะกดคำผิดหรือไม่สะกดคำศัพท์ตามเวลาที่กำหนดข้างต้นจะไม่ได้คะแนน กรรมการพูดคำศัพท์ต่อจนครบ 5 คำ แล้วสรุปคะแนน

-What part of speech is it?

-Can I have a sentence please?

            6) ผู้เข้าแข่งขันสะกดคำ (เริ่มจับเวลาหลังจากกรรมการพูดคำศัพท์และประโยคขยายเสร็จ 10 วินาที) หากสะกดคำศัพท์ถูกต้องได้ ให้คำละ 10 คะแนน หากสะกดคำผิดหรือไม่สะกดคำศัพท์ตามเวลาที่กำหนดข้างต้นจะไม่ได้คะแนน กรรมการพูดคำศัพท์ต่อจนครบ 5 คำ แล้วสรุปคะแนน

             7) ผู้เข้าแข่งขันที่แข่งขันเสร็จแล้วให้นั่งรอภายในห้องแข่งขัน

             8) ผู้เข้าแข่งขันคนต่อไป สะกดคำศัพท์ชุดเดิม จำนวน 5 คำ เช่นเดียวกับคนที่ 1 ทาเช่นนี้จนครบจำนวนคนที่เข้าแข่งขันจนหมด

3.2 คำศัพท์ที่ใช้ควรอยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551

4. เกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน (รอบที่ 1)

-ตรวจสอบจากการสะกดคำถูกต้อง

5. เกณฑ์การตัดสิน (รอบที่ 2)

          ร้อยละ 80 –100 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง

          ร้อยละ 70 –79 ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน

          ร้อยละ 60 –69 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรติบัตร
 ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิ้นสุด

6. คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน ระดับชั้นละ 3 คน หรือ 5 คน และกรรมการควบคุมการแข่งขัน ระดับชั้นละ 3 คน

          6.1 คุณสมบัติของคณะกรรมการ

              -เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี

              -เป็นเจ้าของภาษา 1 คน (Native Speaker)

              -เป็นครูไทยผู้สอนภาษาอังกฤษ /ผู้ทรงคุณวุฒิไทยด้านภาษาอังกฤษ (Thai)

6.2 หน้าที่ของคณะกรรมการ

              - ตัดสินการแข่งขันตามเกณฑ์ด้วยความยุติธรรม

              -สรุปผลคะแนนของนักเรียนที่แข่งขันทั้งหมด ส่งฝ่ายประมวลผลเพื่อประกาศผลคะแนน

6.3 ข้อควรคำนึง

    -กรรมการต้องไม่ตัดสินในกรณีสถานศึกษาของตนเข้าแข่งขัน

    -กรรมการที่มาจากครูผู้สอนควรแต่งตั้งให้ตัดสินในระดับชั้นที่ทำการสอน

    ทำหน้าที่-กรรมการควรมีที่มาจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นอย่างหลากหลาย

7. คณะกรรมการดำเนินงาน

7.1 กรรมการลงทะเบียนรายงานตัว 3 –5 คน ทำหน้าที่รับลงทะเบียน ตรวจสอบรายชื่อให้ถูกต้อง จับสลากจัดลำดับเข้าร่วมการแข่งขันให้นักเรียนให้เรียบร้อย

7.2 พิธีกร 1 –2 คน หน้าที่ชี้แจงระเบียบการแข่งขัน

8. สถานที่ทำการแข่งขัน ควรเป็นห้องที่ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก

3. การประกวดเล่านิทาน (Story Telling)

1.คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน

1.1 นักเรียนระดับชั้น ม. 1-3

1.2 นักเรียนระดับชั้น ม. 4-6

2.ประเภทและจำนวนผู้เข้าแข่งขัน

2.1 แข่งขันประเภทเดี่ยว

2.2 จำนวนผู้เข้าแข่งขัน

    2.2.1 ระดับชั้น ม. 1-3 จำนวน 1 คน

              2.2.2 ระดับชั้น ม. 4-6 จำนวน 1 คน

3.วิธีดำเนินการและรายละเอียดหลักเกณฑ์การแข่งขัน

3.1 นิทานที่ใช้แข่งขัน เป็นนิทานพื้นบ้านของไทย หรือของต่างประเทศ หรือนิทานอีสป

3.2 เวลาในการแข่งขัน

   3.2.1 ระดับชั้น ม. 1-3  เวลา 6-7  นาที

   3.2.2 ระดับชั้น ม. 4-6  เวลา 7-8  นาที

ใช้เวลาน้อยหรือเกินกว่าเวลาที่กำหนด ตัดนาทีละ 1 คะแนน (บวก/ลบ 30 วินาที ไม่ตัดคะแนน)

3.3 นักเรียนต้องส่งบทนิทานให้กรรมการตัดสินก่อนการแข่งขัน (ส่งในเวลารายงานตัว) จำนวน 5 ชุด

4. เกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน

          4.1 เนื้อเรื่อง (Content) 35 คะแนน ประกอบด้วย

              - เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ เหมาะสมกับวัย 15 คะแนน

              - รูปแบบการเล่าเรื่อง การนาเสนอ (Form & Organizing)     10 คะแนน

              - ข้อคิดในการนาเสนอ (Moral) 10 คะแนน

4.2 ความคล่องแคล่วด้านการใช้ภาษา (Language Competence) 60 คะแนนประกอบด้วย

              - ใช้ภาษาถูกต้อง คำศัพท์ โครงสร้าง คำสันธานและความเหมาะสมกับ

ระดับชั้น 20 คะแนน

              - ความสามารถด้านการออกเสียง (Pronunciation)                  20 คะแนน

              - การใช้น้าเสียง และอารมณ์สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง (Tone)         20 คะแนน

4.3 เล่าตามเวลาที่กำหนด (Time) 5 คะแนน

หมายเหตุ การแต่งกาย ชุดนักเรียนโดยไม่มีการใช้อุปกรณ์ประกอบการเล่าเรื่อง


5. เกณฑ์การตัดสิน

          ร้อยละ 80 –100ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง

          ร้อยละ 70 –79 ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน

          ร้อยละ 60 –69 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรติบัตร
**ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิ้นสุด

6. คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน

          ระดับชั้นละ 3 คน หรือ 5 คน และกรรมการควบคุมการแข่งขัน ระดับชั้นละ 3 คน

6.1 คุณสมบัติของคณะกรรมการ

  -เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี

  -เป็นเจ้าของภาษา 1 คน (Native Speaker)

  -เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ /ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาอังกฤษ (Thai)

6.2 หน้าที่ของคณะกรรมการ

            - ตัดสินการแข่งขันตามเกณฑ์ด้วยความยุติธรรม

            -สรุปผลคะแนนของนักเรียนที่แข่งขันทั้งหมด ส่งฝ่ายประมวลผลเพื่อประกาศผลคะแนน

6.3 ข้อควรคำนึง

            -กรรมการต้องไม่ตัดสินในกรณีสถานศึกษาของตนเข้าแข่งขัน

  -กรรมการที่มาจากครูผู้สอนควรแต่งตั้งให้ตัดสินในระดับชั้นที่ทำการสอน

            -กรรมการควรมีที่มาจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นอย่างหลากหลาย

  -กรรมการควรให้ข้อเสนอแนะเติมเต็มให้กับนักเรียนที่ชนะในลำดับที่ 1-3

7. คณะกรรมการดำเนินงาน ประกอบด้วย

7.1 กรรมการลงทะเบียนรับรายงานตัว จำนวน 3-5คน มีหน้าที่ ดังนี้

  -รับลงทะเบียน และตรวจสอบรายชื่อให้ถูกต้อง

            -จับสลากจัดลำดับเข้าร่วมการแข่งขันให้นักเรียนให้เรียบร้อย เขียนชื่อ นามสกุลในแบบ

รายงานตัว 2 ชุด

7.2 พิธีกร จำนวน 1-2 คน มีหน้าที่ดังนี้

  -ชี้แจงระเบียบการแข่งขัน มารยาทในการแข่งขัน

  -สร้างบรรยากาศที่ดี

7.3 คณะกรรมการจับเวลา จำนวน 1 คน มีหน้าที่ ดังนี้

  -จับเวลาการแข่งขัน โดยการจับเวลาจะเริ่มหลังจากที่นักเรียนแนะนาตัวและพูดหัวข้อ

  -ให้สัญญาณโดยแสดงป้าย ดังนี้

สีเขียว หมายถึง เริ่มพูดได้

สีเหลือง หมายถึง เตือนก่อนหมดเวลา 1นาที

สีแดง หมายถึง หมดเวลา ในการแข่งขัน แต่ผู้พูดสามารถพูดต่อได้ 30 วินาที โดย ไม่ถูกหักคะแนน

หมายเหตุ กรรมการจับเวลาควรมีอุปกรณ์ คือ นาฬิกาจับเวลา และ ป้าย 3 สี (เขียว เหลือง แดง)

4. การแข่งขันละครสั้นภาษาอังกฤษ (Skit)

1.คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน

1.1 นักเรียนระดับชั้น ม.1-3

1.2 นักเรียนระดับชั้น ม.4-6

2.ประเภทและจำนวนผู้เข้าแข่งขัน

2.1 แข่งขันเป็นทีม ๆ ละ 5 คน

2.2 จำนวนผู้เข้าแข่งขัน

   2.2.1 ระดับชั้น ม. 1-3 จำนวน 1 ทีม

   2.2.2 ระดับชั้น ม. 4-6 จำนวน 1 ทีม

3.วิธีดำเนินการและรายละเอียดหลักเกณฑ์การแข่งขัน

3.1 ผู้เข้าแข่งแต่ละทีมส่งบทละคร (Script) ให้คณะกรรมการก่อนการแข่งขัน (ส่งในวันรายงานตัว) จำนวน 5 ชุด

3.2 จับสลากเพื่อจัดลำดับการแข่งขัน

3.3 เวลาในการแข่งขัน

ระดับชั้น ม. 1-3 และ ม. 4-6 เวลา 10 นาที เกินได้ไม่เกิน 30 วินาที หลังจากนั้น ทุก 5 วินาที จะถูกตัดคะแนน 1คะแนน

4. เกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน

4.1 ด้านการแสดง (Acting) 30 คะแนน

    -บทบาทการแสดง (Characterization)                              
              -การใช้เสียงและความมีชีวิตชีวาในการแสดง (Use of voice, energy levels)

    -การเคลื่อนไหว การใช้ท่าทาง และสีหน้าในการแสดง (Movement, Gesture)                     

    -การใช้พื้นที่บนเวทีการแสดง (Use of Stage Space)

4.2 ด้านเนื้อหาของบทละคร (Story)                 40 คะแนน

    -ความถูกต้องของภาษา (Language Accuracy)

    -การใช้ภาษาอังกฤษ (Use of language)

    -ความคล่องแคล่ว (Fluency)

    -การออกเสียงภาษาอังกฤษ (Pronunciation)

    -ข้อคิดจากเรื่องที่นาเสนอ (Moral)

4.3 ด้านผลงานการแสดง (Production)              20 คะแนน

   -วิธีการแสดง (Method of performance)

   -การวางแผนการแสดง (Performance Plan)

   -การจัดกลุ่ม (Orchestration-grouping)

   -การทางานเป็นทีม (Strength of ensemble)

   -ความเหมาะสมของเวลาในการแสดง (Adherence to time limit)

4.4 ด้านการนาเสนอบนเวที (Stage Presentation) 10 คะแนน

   -เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายประกอบการแสดง (Costumes)

5. เกณฑ์การตัดสิน

คณะกรรมการตัดสินคัดเลือกผู้ที่ได้คะแนนตามเกณฑ์ ดังนี้

คะแนน 80 –100 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง

คะแนน 70 –79 ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน

คะแนน 60 –69 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง คะแนน ต่ำกว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรติบัตร
**ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิ้นสุด

6. คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน

6.1 หน้าที่ของคณะกรรมการ

              - ตัดสินการแข่งขันตามเกณฑ์ด้วยความยุติธรรม

    -สรุปผลคะแนนของนักเรียนที่แข่งขันทั้งหมด ส่งฝ่ายประมวลผลเพื่อประกาศผลคะแนน

6.2 คุณสมบัติของคณะกรรมการ

              -เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี

              -เป็นเจ้าของภาษา จำนวน 1 คน (Native Speaker)

              -เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ /ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาอังกฤษ (Thai) จำนวน 4 คน

6.3 ข้อควรคำนึง

   -กรรมการต้องไม่ตัดสินในกรณีสถานศึกษาของตนเข้าแข่งขัน

             -กรรมการที่มาจากครูผู้สอนควรแต่งตั้งให้ตัดสินในระดับชั้นที่ทำการสอน

             -กรรมการควรมีที่มาจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นอย่างหลากหลาย

   -กรรมการควรให้ข้อเสนอแนะเติมเต็มให้กับนักเรียนที่ชนะ

7. คณะกรรมการดำเนินงาน ประกอบด้วย

7.1 กรรมการลงทะเบียนรับรายงานตัว จำนวน 3-5คน มีหน้าที่ ดังนี้

  -รับลงทะเบียน ตรวจสอบรายชื่อให้ถูกต้อง

  -จับสลากจัดลำดับเข้าร่วมการแข่งขันนักเรียนให้เรียบร้อย

7.2 พิธีกร จำนวน 1-2 คน มีหน้าที่ ดังนี้

            -ชี้แจงระเบียบการแข่งขัน มารยาทในการแข่งขัน

  -สร้างบรรยากาศที่ดี

7.3 คณะกรรมการจับเวลา จำนวน 1 คน มีหน้าที่ จับเวลาในการแข่งขัน

กรรมการจับเวลาควรมีอุปกรณ์ คือ นาฬิกาจับเวลา และควรศึกษาตารางเวลา

ในการแข่งขันโดยเคร่งครัด

7.4 กรรมการที่ดูแลนักเรียนที่เข้าแข่งขัน จำนวน 3-5คน มีหน้าที่ดูแลนักเรียนทุกทีมตลอด ช่วงการแข่งขัน

8.  สถานที่ดำเนินการแข่งขัน

8.1จุดลงทะเบียน

8.2 ห้องแต่งตัว ควรจัดเป็นสัดส่วนเพื่ออานวยความสะดวกแก่ผู้เข้าแข่งขัน

8.3 ห้องแข่งขัน ภายในห้องแข่งขัน ควรจัดดังนี้

  -ไมโครโฟนสำหรับพิธีกร

  -โต๊ะกรรมการตัดสิน 3-5 คน

  -โต๊ะกรรมการจับเวลา 1 คน

  -ที่นั่งสำหรับผู้เข้าชมการแข่งขัน

  -ควรจัดเวทีให้เหมาะสมและจัดให้มีที่นั่งสำหรับผู้เข้าชม

หมายเหตุ 1. อนุญาตให้มีผู้ชมได้ แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป หรือบันทึกวีดีโอ หรือบันทึกเสียง หรือ ยกป้ายหรือส่งเสียงเชียร์หรือกระทาการใดๆอันเป็นการรบกวนผู้เข้าแข่งขัน ไม่อนุญาตให้สนทนาทางโทรศัพท์ในห้องแข่งขันและต้องปิดเสียงโทรศัพท์ตลอดการแข่งขัน

  2. ไม่อนุญาตให้บุคคลใด ๆ เข้า-ออกห้องแข่งขันในระหว่างที่นักเรียนกำลังแข่งขัน ต้องให้นักเรียนแสดงจบก่อนจึงสามารถเข้า-ออกห้องแข่งขันได้

9. อุปกรณ์การแสดง

9.1 ฉากและอุปกรณ์ควรเป็นวัสดุที่เบาและเคลื่อนย้ายได้ง่าย ขนาดไม่เกิน ยาว 3 เมตร สูง 1.8 เมตร

9.2 ไม่อนุญาตให้ใช้ไมโครโฟน และซาวด์ เอฟเฟค (Sound Effect) และอุปกรณ์ใดที่ใช้ไฟฟ้า

9.3 ไม่อนุญาตให้ใช้บุคคลอื่นนอกเหนือจากผู้แสดงทำหน้าที่เป็น Back stage

10. ข้อเสนอแนะ

          กรณีที่มีทีมเข้าแข่งขันจำนวนมาก สามารถจัดการแข่งขันมากกว่า 1 วัน เพื่อมิให้ผู้เข้าแข่งขันรอนานเกินไป

5. การแข่งขันตอบปัญหาอาเซียน ASEAN QUIZ

1 คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน 1.1 นักเรียนระดับชั้น ป. 4-6

  1.2 นักเรียนระดับชั้น ม. 1-3

  1.3 นักเรียนระดับชั้น ม. 4-6

2 ประเภทและจำนวนผู้เข้าแข่งขัน

  2.1 ระดับการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 3 ระดับ

   2.1.2 ระดับชั้น ม. 1-3

   2.1.3 ระดับชั้น ม. 4-6

2.2 แข่งขันประเภททีมๆ ละ 2 คน

3 วิธีดำเนินการของแต่ละประเภท แบ่งการแข่งขันเป็น 2 รอบ

3.1 รอบคัดเลือก

   3.1.1 ผู้เข้าแข่งขัน จำนวน 2 คน จะทาแบบทดสอบภาษาอังกฤษ (แบบปรนัย) จำนวน

60 ข้อ (ข้อละ 1 คะแนน) ภายในเวลา 60 นาที

   3.1.2 ทีมใดทาข้อสอบเสร็จให้ยกมือแจ้งกรรมการจะเก็บข้อสอบและลงเวลาใน

กระดาษคำตอบ

   3.1.3 คณะกรรมการจะตรวจข้อสอบและตรวจทานพร้อมเซ็นต์ชื่อกำกับทุกคน

   3.1.4 การแข่งขันในระดับภาค โรงเรียนที่ได้คะแนนมากที่สุด 10 อันดับแรก

จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ และการแข่งขันในระดับชาติ โรงเรียนที่ได้คะแนนมากที่สุด 6อันดับแรก จะผ่านเข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ หากทีมใดมีคะแนนเท่ากัน คณะกรรมการจะตัดสินจากเวลาที่ทาข้อสอบ ทีมที่ใช้เวลาทาข้อสอบน้อยกว่าจะได้ลำดับที่ดีกว่า

3.2 รอบชิงชนะเลิศ

   3.2.1 ทีมโรงเรียนที่ได้คะแนนมากที่สุด 10 อันดับแรกสำหรับการแข่งขันระดับภาค และทีมโรงเรียนที่ได้คะแนนมากที่สุด 6 อันดับแรก สำหรับการแข่งขันระดับชาติ จะได้รับการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

   3.2.2 กรรมการจะอ่านคำถามภาษาอังกฤษ ข้อละ 2 ครั้ง ทีละข้อ จำนวน 10 ข้อ

ข้อละ 5 คะแนน

   3.2.3 ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบเป็นภาษาอังกฤษ ลงในกระดาษที่คณะกรรมการเตรียมไว้ให้ในเวลาที่กำหนดภายใน 60 วินาที เวลาจะเริ่มนับภายหลังที่คำถามครั้งที่ 2 เสร็จสิ้น ทีมที่ตอบคำถามได้ถูกต้องทั้งคำตอบและตัวสะกด จะได้ 5 คะแนน หากทีมที่ตอบคำถามถูก แต่มีคำสะกดผิด จะถูกหักคะแนน ตาแหน่งละ 1 คะแนน (คำตอบไม่จาเป็นต้องตอบเป็นประโยคที่สมบูรณ์ แต่ต้องมีคำตอบที่ถูกต้องเป็นส่วนสำคัญ)

            3.2.4 คณะกรรมการเก็บกระดาษคำตอบเมื่อหมดเวลาในแต่ละข้อ จนครบ 10 ข้อ

  3.2.5 หลังจากเก็บกระดาษคำตอบ ครบ 10 ข้อ กรรมการที่ทาหน้าที่อ่านคำถามจะเฉลยคำตอบทีละข้อ คณะกรรมการตรวจคะแนนจะตรวจคำตอบของผู้เข้าแข่งขัน

  3.2.6 กรณีที่นักเรียนมีคะแนนเท่ากัน แต่ต้องเลือกเพียง 1 ทีม ให้ใช้คำถามสารองในการตัดสินทีละข้อจะกว่าจะได้ผู้ชนะ จึงควรเตรียมคำถามสารองเป็นภาษาอังกฤษอีก 10 ข้อ

4. ขอบเขตเนื้อหา

4.1 ความรู้เกี่ยวกับประเทศในประชาคมอาเซียน อาทิ ด้าน ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม การศึกษาวัฒนธรรม ระบบการเมืองการปกครอง ฯลฯ

4.2 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศในประชาคมอาเซียน

5. เกณฑ์การให้คะแนน

5.1 รอบคัดเลือกข้อละ 1 คะแนน รวม 60 คะแนน

5.2 รอบตัดสินข้อละ 5คะแนน รวม 50คะแนน (คิดคะแนนใหม่ไม่รวมคะแนนจากรอบคัดเลือก)

6.เกณฑ์การตัดสิน

ทีมที่ไม่ผ่านรอบคัดเลือก จะได้รับเกียรติบัตรระดับเหรียญทองแดง สำหรับทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบ ชิงชนะเลิศ จะมีคะแนนพื้นฐาน 50 คะแนน

          ร้อยละ 80 -100 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง

          ร้อยละ 70 -79 ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน

ร้อยละ 60 -69ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง

ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรติบัตรเข้าร่วมการแข่งขัน

7. คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน จำนวน 3 คน หรือ 5 คน

          7.1 หน้าที่ของคณะกรรมการ

  - ตัดสินการแข่งขันตามเกณฑ์ด้วยความยุติธรรม

  -สรุปผลคะแนนของนักเรียนที่แข่งขันทั้งหมด ส่งฝ่ายประมวลผลเพื่อประกาศผลคะแนน

7.2 คุณสมบัติของคณะกรรมการ

  -เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และประชาคมอาเซียนเป็นอย่างดี

  -เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ /ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาอังกฤษ

7.3 ข้อควรคำนึง

  -กรรมการต้องไม่ตัดสินในกรณีสถานศึกษาของตนเข้าแข่งขัน

  -กรรมการควรมีที่มาจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นอย่างหลากหลาย

8. คณะกรรมการดำเนินงาน มีหน้าที่วางแผนและดำเนินการแข่งขัน ประกอบด้วย

8.1 กรรมการรับลงทะเบียนและรายงานตัว จำนวน 2 คน มีหน้าที่ ดังนี้

  -รับลงทะเบียนนักเรียนที่เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันทั้งรอบคัดเลือกและรอบชิงชนะเลิศ

  -เก็บกระดาษคำตอบทั้งรอบคัดเลือกและรอบชิงชนะเลิศแล้วมอบให้คณะกรรมการตรวจข้อสอบ

8.2 กรรมการควบคุมการสอบ จำนวน 3 คน มีหน้าที่

  -แจกข้อสอบ และกระดาษคำตอบ

  -ควบคุมการสอบให้บริสุทธิ์ ยุติธรรมและโปร่งใส

8.3 กรรมการจับเวลา จำนวน 1 คน มีหน้าที่บันทึกจำนวนนาทีและวินาทีของแต่ละทีมที่ใช้ ในการทาแบบทดสอบลงในกระดาษคำตอบ

8.4 พิธีกร จำนวน 1 คน มีหน้าที่ ดังนี้

รอบคัดเลือก ชี้แจงเกณฑ์การแข่งขัน มารยาทของผู้เข้าร่วมแข่งขัน

รอบชิงชนะเลิศ ชี้แจงเกณฑ์การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ดำเนินการแข่งขันทีละข้อ แจ้งเวลาเริ่มจนหมดเวลาของการแข่งขันแต่ละข้อ ประกาศคะแนนของแต่ละทีมทีละข้อ และแจ้งผลคะแนนรวมเมื่อการแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว

          8.5 คณะกรรมการตรวจคำตอบ จำนวน 3 คน มีหน้าที่

รอบคัดเลือก ตรวจกระดาษคำตอบข้อละ 1 คะแนนและตรวจทานคะแนน 2 ครั้ง ลงชื่อกากับ

การตรวจหรือทาน คะแนน

รอบชิงชนะเลิศ มีหน้าที่ ตรวจคำตอบและให้คะแนนทีละข้อตามเกณฑ์การให้คะแนน คือ หากคำตอบถูกต้อง การสะกดคำถูกต้อง ตัวสะกดพิมพ์ใหญ่/พิมพ์เล็ก ถูกต้อง ให้ 5 คะแนน หากคำตอบถูกต้อง แต่มีตัวสะกดผิดหรือการสะกดตัวพิมพ์ใหญ่/พิมพ์เล็ก ผิด หักตำแหน่งละ 1 คะแนน

          8.6 กรรมการบันทึกคะแนนบนกระดาน 1 คน มีหน้าที่

รอบคัดเลือก บันทึกคะแนนตามลำดับลงในแบบบันทึกคะแนน

รอบชิงชนะเลิศ บันทึกคะแนนบนกระดาน ทีละข้อ รวมคะแนน และจัดลำดับของทีมเมื่อการแข่งขันเสร็จสิ้น

          8.7 กรรมการอ่านคำถามรอบชิงชนะเลิศ 1 คน

              -ควรเป็นกรรมการชาวต่างชาติ (Native Speaker) หรือชาวต่างชาติที่มีสาเนียงชัดเจน ใกล้เคียงเจ้าของภาษา อ่านคำถามทีละข้อ ข้อละ 2 ครั้ง

9. สถานที่ดำเนินการแข่งขัน

          ควรเป็นห้องปิดไม่มีเสียงรบกวน และไม่อนุญาตผู้เข้าชมเข้าภายในห้องแข่งขัน

รอบคัดเลือก จัดโต๊ะสอบสำหรับผู้เข้าแข่งขันทีมละ 2 คน (โต๊ะ 1 ตัวและเก้าอี้ 2 ตัว) มีระยะห่างกันพอสมควร

รอบชิงชนะเลิศ

-โต๊ะกลาง 1 ตัว สำหรับกรรมการชาวต่างชาติ พร้อมไมโครโฟน

-แท่นพิธีกรดำเนินการแข่งขัน

-กระดานบันทึกคะแนน 1 ชุด

10. รายละเอียดของแบบทดสอบ ASEAN Quiz

10.1 รอบคัดเลือก แบบทดสอบเป็นภาษาอังกฤษ (แบบปรนัย 4 ตัวเลือก) จำนวน 60 ข้อๆ ละ 1 คะแนน (60 คะแนน) ใช้เวลา 60 นาที

10.2 รอบชิงชนะเลิศ เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษแบบอัตนัย จำนวน 10 ข้อๆ ละ 5 คะแนน (50 คะแนน) ตอบและเขียนคำตอบเป็นภาษาอังกฤษลงบนกระดาษที่กรรมการจัดให้ทีละข้อ (ควรมีคำถามสารอง 10 ข้อ)

6. การแข่งขันพูดภาษาจีน

1. คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน

             1.1 นักเรียนระดับชั้น ม.4-6

             1.2 ผู้แข่งขันทุกระดับ ต้องเป็นนักเรียนที่กำลังเรียนโปรแกรมภาษาจีน หรือเรียนวิชาเลือก/สาระเพิ่มเติมในรายวิชาภาษาจีน ที่จัดโดยโรงเรียนที่ส่งนักเรียนนั้นเข้าแข่งขัน (นักเรียนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนนั้นๆ คือไม่ได้เรียนทั้ง โปรแกรมภาษาจีน/วิชาเลือกภาษาจีน/สาระเพิ่มเติมภาษาจีน แต่เรียนภาษาจีนจากโรงเรียนกวดวิชา ไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้)

             1.3 เป็นนักเรียนที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาบิดา/มารดา/ผู้ปกครองต้องพานักและ ประกอบอาชีพในประเทศไทย

             1.4 เป็นนักเรียนที่ บิดา/มารดา/ผู้ปกครอง ไม่มีสัญชาติ จีน/ฮ่องกง/ไต้หวัน/สิงคโปร์ หรือหากแจ้งว่าบิดา/ มารดา/ผู้ปกครอง ที่มีสัญชาติเหล่านี้ ไม่ได้ทำหน้าที่บิดา/มารดา/ผู้ปกครองแล้ว ขอให้แสดงหลักฐาน

ชัดเจน

             1.5 นักเรียนต้องไม่เคยไปศึกษาหรือพานักอาศัยในประเทศจีน/ฮ่องกง/ไต้หวัน/สิงคโปร์ นานเกิน 3 เดือน

2. ประเภทและจำนวนผู้เข้าแข่งขัน

          2.1 แข่งขันประเภทเดี่ยว

          2.2 จำนวนผู้เข้าแข่งขัน

   2.2.1 ระดับชั้น ม.1-3 จำนวน 1 คน

             2.2.2 ระดับชั้น ม.4-6 จำนวน 1 คน

3. วิธีดำเนินการและรายละเอียดหลักเกณฑ์การแข่งขัน

3.1 หัวข้อการแข่งขัน ใช้เพียงหัวข้อเดียว แข่งขันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับโรงเรียน จังหวัด

   3.2.1 นักเรียนจะพูดแข่งขันตามหัวข้อที่กำหนด และกรรมการถามคำถามในสิ่งที่ผู้แข่งขัน

นาเสนอในการพูด 1 คำถาม

        - ระดับ ม. 1-3 เป็นคำถามประเภทให้ตอบด้วยประโยคสั้นๆ

        - ระดับ ม. 4-6 เป็นคำถามประเภทให้ตอบด้วยประโยคที่สมบูรณ์

  3.2.2 ในกรณีที่ผู้แข่งขันไม่สามารถตอบคำถามได้ อนุโลมให้คณะกรรมการถามคำถามใหม่ (ที่มี

ระดับความยาก ง่าย ใกล้เคียงกับคำถามแรก) ได้อีก 1 คำถาม ในการตอบคำถามที่สอง

นี้ หากผู้แข่งขันไม่สามารถตอบได้ อนุโลมให้ตอบเป็นภาษาไทยได้ และได้คะแนนกึ่งหนึ่ง

หากตอบคำถามได้ถูกต้อง หากตอบไม่ได้ ได้ 0 คะแนน

3.3 เวลาในการแข่งขัน

   3.3.1 ระดับชั้น ม.1-3 ใช้เวลาในการพูด 3 นาที

   3.3.2 ระดับชั้น ม. 4-6 ใช้เวลาในการพูด 4 นาที

3.4 เวลาในการพูด (บวก/ลบ 30 วินาทีไม่ตัดคะแนน)

ใช้เวลาน้อยหรือมากกว่าเวลาที่กำหนดตัดคะแนน 31 วินาที -1 นาที ตัด 1 คะแนน

เกิน 1 นาทีขึ้นไป ตัด 2 คะแนน

          3.5 ขณะพูดห้ามใช้อุปกรณ์และเอกสารอื่น ๆ ประกอบการพูด

          3.6 ผู้เข้าแข่งขันที่มาช้ากว่ากำหนดเวลาให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ

4. เกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน

          4.1 ด้านเนื้อหา (Content) 35 คะแนนประกอบด้วย

              - เนื้อหาตรงตามหัวเรื่องที่กำหนด (Accuracy and Consistency) 10 คะแนน

              - ความถูกต้องของภาษาในรูปแบบการพูด (Form & Organizing of Speech) 15 คะแนน

              - ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creative) 10 คะแนน

4.2 ด้านความคล่องแคล่วในทักษะภาษา (Language Competence and Fluency) 35 คะแนน

ประกอบด้วย

             - การใช้ภาษาเหมาะสมกับระดับชั้น (Difficulty Level) ด้านศัพท์ (Vocabulary) โครงสร้างและ

คำสันธาน (Structure & Connectors) 15 คะแนน

             - ความสามารถด้านการออกเสียง การเน้นคำการลงเสียงสูงต่ำ การเน้นคำสำคัญในประโยคและ

จังหวะการหยุดในช่วงจบประโยค (Pronunciation, stress, Intonation, rhythm, pausing and pace) 20 คะแนน

4.3 ความสำเร็จในการถ่ายทอด (Presentation) 15 คะแนน ประกอบด้วย

             - การใช้น้าเสียงสอดคล้องกับเนื้อหาที่พูด (Tone) 10 คะแนน

             - บุคลิกท่าทาง 5 คะแนน

          4.4 พูดในระยะเวลาที่กำหนด 5 คะแนน

          4.5 การตอบคำถาม 10 คะแนน

5. เกณฑ์การตัดสิน

          ร้อยละ 80 – 100 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง

          ร้อยละ 70 – 79 ได้รับรางวัลระดับเหรียญเงิน

          ร้อยละ 60 – 69 ได้รับรางวัลระดับเหรียญทองแดง

          ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 60 ได้รับเกียรติบัตร เว้นแต่กรรมการเห็นเป็นอย่างอื่น ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นสิ้นสุด

6. คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน

          ระดับชั้นละ 3 คน และกรรมการควบคุมการแข่งขัน ระดับชั้นละ 3 คน

7. คุณสมบัติของคณะกรรมการ

          กรรมการตัดสินเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารภาษาจีนเป็นอย่างดีประกอบด้วย

1. เจ้าของภาษา 1 คน (Native Speakers)

2. ครูจากสถานศึกษา/อาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา/ผู้ทรงคุณวุฒิสอนภาษาจีน จำนวน 2 คน

ในกรณีที่หน่วยจัดการแข่งขันสามารถจัดหากรรมการเจ้าของภาษาได้มากกว่า 1 คน ก็สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้กรรมการตัดสินทั้งหมดต้องมีจำนวน 3 คน

8. สถานที่ทำการแข่งขัน

จัดสถานที่แข่งขันเป็น 2 ห้องดังนี้

            - ห้องที่ 1 ห้องเก็บตัวผู้เข้าแข่งขันที่รอการแข่งขัน จัดให้มีผู้ประสานงานที่มีคุณสมบัติในการช่วยให้

นักเรียนผ่อนคลายจากความตื่นเต้นกังวลและบริหารจัดการในการจับฉลากลำดับการแข่งขันให้เป็นระบบ

            - ห้องที่ 2 ห้องแข่งขัน ห้องมิดชิดเหมาะสมกับการแข่งขัน

หมายเหตุ การอนุญาตให้มีผู้เข้าชมการแข่งขัน อยู่ในดุลพินิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดแข่งขัน ทั้งนี้ควรคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยภายในห้องแข่งขัน เพราะผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องใช้สมาธิในการแข่งขันมากที่สุด ดังนั้น

          ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป หรือยกป้าย หรือส่งเสียงเชียร์ และต้องปิดโทรศัพท์มือถือตลอดการแข่งขัน รวมทั้งไม่อนุญาตให้บุคคลใด ๆ เดิน เข้า-ออก ห้องแข่งขัน ในระหว่างที่นักเรียนกำลังพูด

9. หัวข้อการพูดที่ใช้ในการแข่งขัน

             9.1 ระดับชั้น ม.1-3 ใช้เวลาในการพูด 3 นาที หัวข้อ เพื่อนรักของฉัน (ใช้คำศัพท์ระดับ

ที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น)

             9.2 ระดับชั้น ม.4-6 ใช้เวลาในการพูด 4 นาที หัวข้อ ภาษาจีน ภาษาโลก (ใช้คำศัพท์ระดับ

ที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย)

7. การแข่งขันพูดภาษาญี่ปุ่น

1. คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน

หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดแข่งขันทุกระดับ จะต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้าแข่งขันให้เป็นไปตามเกณฑ์อย่างเคร่งครัด หากตรวจสอบภายหลังพบว่ามีผู้ชนะการแข่งขันขาดคุณสมบัติ ผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิ์การเข้าแข่งขันในระดับต่อไปทันที

             1.1 นักเรียนระดับชั้น ม.1-3 สังกัด สพม. ที่กำลังเรียนโปรแกรมภาษาญี่ปุ่น หรือเรียนวิชาเลือก/สาระเพิ่มเติมวิชาภาษาญี่ปุ่น (ไม่รวมกิจกรรมชุมนุม) ซึ่งจัดโดยโรงเรียนที่ส่งนักเรียนนั้นเข้าแข่งขัน

             1.2 นักเรียนระดับชั้น ม.4-6 ที่กำลังเรียนโปรแกรมภาษาญี่ปุ่น หรือวิชาเลือก/สาระเพิ่มเติมวิชาภาษาญี่ปุ่น ซึ่งจัดโดยโรงเรียนที่ส่งนักเรียนนั้นเข้าแข่งขัน

             1.3 เป็นนักเรียนที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด ซึ่งมีบิดาและมารดาถือสัญชาติไทยโดยกำเนิด หรือผู้ปกครอง ถือสัญชาติไทยโดยกำเนิด โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา บิดาและมารดา หรือผู้ปกครองต้องพานักและประกอบอาชีพในประเทศไทย

             1.4 นักเรียนต้องไม่เคยไปศึกษาหรือพานักอาศัยในประเทศที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นนานเกิน 2 เดือน 

2. ประเภทและจำนวนผู้เข้าแข่งขัน

2.1 แข่งขันประเภทเดี่ยว

2.2 จำนวนผู้เข้าแข่งขัน

   2.2.1 ระดับชั้น ม.1-3 จำนวน 1 คน

             2.2.2 ระดับชั้น ม.4-6 จำนวน 1 คน

3. วิธีดำเนินการและรายละเอียดหลักเกณฑ์การแข่งขัน

3.1 หัวข้อการแข่งขันเป็นไปตามเนื้อหาในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ที่เหมาะสมโดย ทุกระดับกำหนดเพียง 1 หัวข้อ และมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้

   3.1.1 นักเรียนระดับชั้น ม.1-3 สพม. พูดในหัวข้อ “เพื่อนรักของฉัน (私の親友)” โดยมีขอบค่ายคำศัพท์ที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวข้องสอดคล้องกับหัวข้อเรื่องที่พูดภายในวงคำศัพท์ที่อยู่ในระดับของตนประมาณ 1,000 คำ

             3.1.2 นักเรียนระดับชั้น ม. 4-6 พูดในหัวข้อ “เพื่อโลก...ฉันทำได้ (世界のために今、私にできること)” ขอบค่ายคำศัพท์ที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมเกี่ยวข้องสอดคล้องกับหัวข้อเรื่องที่พูดภายในวงคำศัพท์ที่อยู่ในระดับของตนประมาณ 2,000 คำ (คำศัพท์ที่เป็นนามธรรมมากขึ้น)

3.2 นักเรียนจะพูดแข่งขันตามหัวข้อเรื่องที่กำหนดพร้อมทั้งตอบคำถามของคณะกรรมการเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้แข่งขันพูดจำนวน 2 คำถาม

             3.2.1 คณะกรรมการถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้แข่งขันพูด (ถามและตอบเป็นภาษาญี่ปุ่น) โดย

         - ระดับ ม. 1-3 เป็นคำถามประเภทให้ตอบด้วยประโยคสั้นๆ

                   - ระดับ ม. 4-6 เป็นคำถามประเภทให้ตอบด้วยประโยคที่สมบูรณ์

   3.2.2 ในกรณีที่ผู้แข่งขันไม่สามารถตอบคำถามแต่ละคำถามได้ อนุโลมให้คณะกรรมการถามคำถามใหม่ (ที่มีระดับความยากง่ายเท่าเทียมหรือใกล้เคียงกับคำถามชุดแรก) ได้อีก หากผู้แข่งขันยังไม่เข้าใจคำถามอีก อนุโลมให้คณะกรรมการคนไทยแปลเป็นภาษาไทย ถ้าผู้แข่งขันตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้อง จะได้คะแนนเพียงครึ่งเดียว ในกรณีที่ผู้แข่งขันเข้าใจคำถามภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่สามารถตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ อนุโลมให้ตอบเป็นภาษาไทยได้ และจะได้คะแนนเพียงครึ่งเดียวหากสามารถตอบคำถามได้ถูกต้อง

3.3 เวลาในการแข่งขัน

             3.3.1 ระดับชั้น ม.1-3 ใช้เวลาในการพูด 3 นาที ไม่รวมการพูดแนะนำตัวเอง

             3.3.2 ระดับชั้น ม.4-6 ใช้เวลาในการพูด 4 นาที ไม่รวมการพูดแนะนำตัวเอง

3.4 ขณะพูดห้ามใช้อุปกรณ์และเอกสารอื่นๆประกอบการพูด

3.5 ผู้เข้าแข่งขันที่มาช้ากว่ากำหนดเวลาให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ

4. เกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน

4.1 ด้านเนื้อหา (Content) 35 คะแนนประกอบด้วย

             - เนื้อหาตรงตามหัวเรื่องที่กำหนด (Accuracy and Consistency) 10 คะแนน

   - ความถูกต้องของภาษาในรูปแบบการพูดสุนทรพจน์ (Form & Organizing of Speech) 15

คะแนน

             - ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creative) 10 คะแนน

          4.2 ด้านความคล่องแคล่วในทักษะภาษา (Language Competence and Fluency) 35 คะแนนประกอบด้วย

             - การใช้ภาษาเหมาะสมกับระดับชั้น (Difficulty Level) ด้านศัพท์ (Vocabulary) โครงสร้างและ

คำสันธาน (Structure & Connectors) 15 คะแนน

             - ความสามารถด้านการออกเสียงการเน้นคำการลงเสียงสูงต่ำ การเน้นคำสำคัญในประโยคและ

จังหวะการหยุดในช่วงจบประโยค (Pronunciation, stress, Intonation, rhythm, pausing and pace) 20 คะแนน

4.3 ความสำเร็จในการถ่ายทอด (Presentation) 20 คะแนนประกอบด้วย

   - การใช้น้าเสียงสอดคล้องกับเนื้อหาที่พูด (Tone) 10 คะแนน

             - บุคลิกท่าทาง 5 คะแนน

             - พูดในระยะเวลาที่กำหนด 5 คะแนน มีเกณฑ์ในการตัดคะแนนดังต่อไปนี้

* พูดภายในเวลาที่กำหนด หรือใช้เวลาน้อยหรือมากกว่าเวลาที่กำหนดภายใน 1-30 วินาที

ไม่ตัดคะแนน

* พูดโดยใช้เวลาน้อยหรือมากกว่าเวลาที่กำหนดภายใน 31 วินาที –1 นาที ตัด 1 คะแนน

* พูดโดยใช้เวลาน้อยหรือมากว่าเวลาที่กำหนดเกิน 1 นาที ตัด 2 คะแนน

4.4 การตอบคำถาม 10 คะแนน มีเกณฑ์ในการให้คะแนนดังต่อไปนี้

     
ความเข้าใจคำถาม การตอบคำถาม คะแนน
1. คำถามภาษาญี่ปุ่น ตอบคำถามเป็นภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้อง 5
2. คำถามภาษาญี่ปุ่น ไม่สามารถตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ ตอบเป็นภาษาไทย 2.5
3. แปลคำถามเป็นภาษาไทย ตอบคำถามเป็นภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้อง 2.5
4. แปลคำถามเป็นภาษาไทย ไม่สามารถตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ ตอบเป็นภาษาไทย 0

6. คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน

          ระดับชั้นละ 3 คนและกรรมการควบคุมการแข่งขันระดับชั้นละ 3 คน

7. คุณสมบัติของคณะกรรมการ

          กรรมการตัดสินเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารภาษาญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และไม่ใช่บุคลากรจากสถานศึกษาที่ส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันในรายการที่ตนตัดสิน ประกอบด้วย

          1. เจ้าของภาษา 1 คน (Native Speakers)

2. ครูจากสถานศึกษา/อาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษา/ผู้สอนภาษาญี่ปุ่น จำนวน 2 คน

ในกรณีที่หน่วยจัดการแข่งขันสามารถจัดหากรรมการเจ้าของภาษาได้มากกว่า 1 คน ก็สามารถทำได้ แต่ทั้งนี้กรรมการตัดสินทั้งหมดต้องมีจำนวน 3 คน

ข้อควรคำนึง

          - กรรมการที่มาจากครูผู้สอนควรแต่งตั้งให้ตัดสินในระดับชั้นที่ทำการสอน

- กรรมการควรมาจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆ ที่หลากหลาย

- กรรมการควรให้ข้อเสนอแนะเติมเต็มให้กับนักเรียนที่ชนะในลำดับที่ 1-3

8. สถานที่ทำการแข่งขัน

- จัดสถานที่แข่งขันเป็น 2 ห้องดังนี้

- ห้องที่ 1 ห้องเก็บตัวผู้เข้าแข่งขันที่รอการแข่งขัน

- ต้องมีผู้ประสานงานที่มีคุณสมบัติในการช่วยให้นักเรียนผ่อนคลายจากความตื่นเต้นกังวลและบริหารจัดการในการจับฉลากลำดับการแข่งขันให้เป็นระบบ

- ห้องที่ 2 ห้องแข่งขัน จัดให้เหมาะสมกับกิจกรรมการแข่งขัน

หมายเหตุ การอนุญาตให้มีผู้เข้าชมการแข่งขัน อยู่ในดุลพินิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดแข่งขัน ทั้งนี้ควรคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยภายในห้องแข่งขัน เพราะผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องใช้สมาธิในการแข่งขันค่อนข้างมาก

          ไม่ควรอนุญาตให้ถ่ายรูปหรือยกป้ายหรือส่งเสียงเชียร์และต้องปิดโทรศัพท์มือถือตลอดการแข่งขันรวมทั้งไม่อนุญาตให้บุคคลใดๆ เข้า-ออกห้องแข่งขันในระหว่างที่นักเรียนกำลังพูด

 

หนังสือราชการ สพฐ.